ข้าพเจ้าเป็นเพียง “นักเขียน” คนหนึ่ง ซึ่งไม่เคยรู้จักคำว่า “จรรยาบรรณ” ข้าพเจ้าเพียงนำความเป็นจริงที่ “รับรู้” นำมากลั่นกรองผ่านระบบสมอง แล้วบรรยายออกไป แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าพอจะมองออกคือเรื่อง “ผลกระทบต่อความรู้สึก” ทั้งต่อบุคคลต่างๆ จนถึงระดับประเทศชาติ หลายครั้งที่ข้าพเจ้าเห็นข่าวการฆาตกรรมชาวต่างชาติในเมืองหัวหิน ถูกตีแผ่อย่างครึกโครม มีสื่อมวลชนบางรายพยายามใช้ถ้อยคำที่รุนแรง และเหยียดหยามผู้เสียชีวิตอย่างน่ารังเกียจ ซึ่งถ้าข้าพเจ้ามองในเชิงแห่งการตลาด การกระทำดังกล่าว คงจะเป็นการสร้าง “สีสัน” เพื่อเป็นการกระตุ้นความรู้สึกลูกค้า จนสามารถกลายเป็นแรงจูงใจ ให้ลูกค้าอยาก “ซื้อ” และ/หรือ “บริโภค”ข่าวสารดังกล่าว สามารถที่จะสร้างยอดขาย ทำกำไรให้แก่เจ้าของกิจการสื่อเหล่านั้น และคงจะมีผลดีในการ “เตือนภัย” ให้แก่สังคม

แต่…พอข้าพเจ้าได้ใช้สมองอันน้อยนิด คิดในทางตรงกันข้าม ข้าพเจ้าแทบอยากทรุดเข่า แทรกตัวมุดดินลงไปในนรกชั้นอเวจี ด้วยโทษฐานจากการ “คิดเชิงการตลาด” มากเกินไป โดยมิได้สนใจความรู้สึกของญาติพี่น้องของชาวต่างชาติผู้เสียชีวิต ว่าพวกเขาจะมีความรู้สึก “โศกศัลย์” กันขนาดไหน แล้วยังมีถ้อยคำบางคำที่ไปทำร้ายจิตใจให้โกรธแค้นเจ็บใจ ข้าพเจ้ายิ่งอยากจะตกนรกลึกกว่าชั้นอเวจีลงไปอีก ด้วยโทษฐานการลืมนึกถึงผลกระทบของข่าว ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ได้เห็นข่าวนั้น ไม่กล้าเข้ามาเที่ยวในเมืองหัวหิน ทำให้พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ ฯลฯ ในเมืองหัวหิน พลอยขาดรายได้ เศรษฐกิจก็ซบเซากันหนักเข้าไปใหญ่ ซึ่งถ้าหากเกิดการตีแผ่ในลักษณะเดียวกัน เป็นวงกว้าง อาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเกิดความ “ไม่ไว้วางใจเมืองไทย” และพากันยกเลิกที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทย ซึ่งนั่นหมายถึงทำให้ประเทศชาติขาดรายได้ พาประเทศชาติฉิบหาย แล้วข้าพเจ้าควรจะเป็นมนุษย์อยู่อีกหรือ

ที่ต้องเน้นว่า “ข้าพเจ้า” เพราะว่ากลัวจนตัวสั่น…ว่าใครจะนำเรื่องนี้ไปฟ้องร้องต่อศาล การด่าตัวเองไม่ผิดกฎหมาย ข้าพเจ้า “ไร้บรรยาบรรณ” และ ข้าพเจ้า “โง่” ที่ไม่ยอมทำข่าวฆาตกรรมเหมือนสื่ออย่างอื่น แต่ข้าพเจ้าเคยได้ยินว่า ไม่ว่าใครจะโกรธแค้นกันแค่ไหน พุทธองค์ ทรงตรัสสอนการให้อโหสิกรรมเมื่อผู้ใดก็ตามได้เสียชีวิตไป และขอให้ดวงวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิต แล้วยังถูกสื่อมวลชน “ละเมิดความตาย” ด้วยภาพและถ้อยคำต่างๆ อย่าได้ผูกใจเจ็บแค้น และจองเวรสื่อมวลชนเหล่านั้น ขอให้ไปสู่สุคติทุกท่าน ปล่อยให้ “เดรัจฉาน” ก่อเวรก่อกรรมกันต่อไปเถอะครับ

สุคติ สัมปะรายะโน โหตุ

………….เมรัยบัญชา………..