“ธรณี หนี้นี้ ใครครอง” อ้าว…ถามกันอย่างงี้ แล้วมันจะเป็นใครไปได้ ก็ “เจ้าหนี้” ไง เป็นผู้ครองทั้งเงินต้น เงินดอก มากๆเข้า ถึงกับครองความเป็น “เจ้ามหาชีวิต” กันเลย คอลัมน์นี้เป็นคอลัมน์เปิดใหม่ แห่งหนังสือพิมพ์หัวหิน 168 ฉบับนี้ ผมคิดว่า คงจะเป็นการดี ที่มีใครสักคนมานั่งเขียนถึงสภาพการเป็นหนี้บ้าง คิดว่าถ้ากระผมไม่ล้มหายตายจากไปซะก่อน ชาวหัวหินคงจะได้อ่านกันไปอีกนาน โดยกระผมจะจินตนาการตัวเองให้เป็นลูกหนี้ (แต่จริงๆไม่ต้องจินตนาการก็มีอาการเป็นหนี้อุดตันในกระแสเลือดอยู่แล้ว) ซึ่งที่จริงแล้ว “การเป็นหนี้” เป็นเรื่องใกล้ตัวทุกท่านมากๆ ถึงท่านจะบอกว่า “เอ๊ะ…หาว่า ฉันยังไม่เคยไม่คิดจะเป็นหนี้เลย” แต่จริงๆแล้ว หากท่านยังใช้สัญชาติไทย แค่นี้ท่านก็มีหนี้รอคอยอยู่ในบัญชีคนละหลายบาทแล้วล่ะ ด้วยรัฐบาลได้สร้างหนี้รวมทั้งประเทศไว้แล้ว เอ้า…ใครยังบอกว่าตัวเองยังไม่เป็นหนี้ “ยกมือขึ้น” ผมจะได้พาไปเปลี่ยนสัญชาติ… อย่าลืมให้ค่ากาแฟผมด้วยล่ะ เบื่อ…เวลาร้านกาแฟหน้าปากซอยมาทวง…หึ๋ย….. แหม…ยังไม่ทันเริ่มเรื่องก็เที่ยวเอาหนี้มาหยอกชาวบ้าน บอกจริงๆเลยนะครับ ว่าผมไม่ได้หยอกใครทั้งสิ้น เพียงแค่เอาความจริงมาเขียน แต่คอลัมน์นี้ ไม่ใช่การบอกทางให้ใครไปเป็นหนี้หรอกนะครับ เพียงแต่เป็นการบอก ที่มา ที่ไป และตอบคำถามว่า เป็นแล้ว “จะทำยังไงให้หายจากอาการเป็นหนี้เรื้อรัง” แต่จริงๆแล้ว จะว่าหายง่าย ก็ง่าย จะว่าหายยาก ก็ยากนักหนา เพราะเป็นอาการที่ทางการแพทย์ยังไม่สามารถหาทางเยียวยารักษา เวลาหนี้จะมา มันมักจะมาอย่างไม่บอกกล่าวล่วงหน้า หรือบางหนี้ ถึงจะบอกล่วงหน้า ก็สุดวิสัยที่จะหนีพ้น แม่แต่คนที่ท่านอาจมองว่าคงจะรวยค้ำฟ้า ถ้าหากไม่ไปอยู่ในป่าในดง “อาการหนี้จับสั่น” ก็อาจไล่ไปทัน…มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ…แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะไม่รู้ว่าใครจะไปพลาดโดนหนี้จับสั่นเข้าตอนไหน ไพร่ฟ้าหน้าใสอย่างเราๆ พอเป็นหนี้เข้ามากๆก็อาจกลายเป็นไพร่ฟ้าหน้าเหี่ยว ต้องเยียวยาด้วย “สถานธนานุบาล” หรือที่เรียกง่ายๆว่า “โรงจำนำ” กันไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอมทีไร ท่านผู้ปกครองทั้งหลายก็อาจต้องหาทางออก โดยออกไปเข้าโรงจำนำกันก็มีเยอะแยะไป เอาหล่ะฉบับนี้ผมไหว้ครูแค่นี้ก่อน เดี๋ยวฉบับหน้าผมจะค่อยๆเริ่มเรื่อง แหม…นานๆทีจะได้มีงานเขียนเรื่องเครียดๆแบบผ่อนคลายดูบ้าง แต่ไม่ไร้สาระแน่นอนล่ะครับท่าน สัปดาหน้าเจอกันน๊ะจ๊ะ…อิอิ

เมรัยบัญชา