ถึงแม้ว่าการปลูกต้นไม้ไว้ในบ้านจะให้ความสดชื่น ร่มรื่น ซึ่งในเมืองไทยมีต้นไม้อันถือเป็นมงคลหลายชนิด นำมาบอกชื่อในคอลัมน์นี้คงไม่หมด แต่ต้นไม้บางชนิดท่านโหราจารย์ในอดีตได้ห้ามไว้ มิให้ลูกหลานนำเข้าไปปลูกในบริเวณบ้าน ได้แก่
1.มะละกอ ชื่อคล้าย มร หรือ มะระ แปลว่า ตาย เอามาปลูกไว้ในรั้วบ้าน จะทำให้ฉิบหายวายวอด มักนิยมปลูกนอกรั้วบ้าน หรือในสวนไกลออกไป นอกจากนั้นยังเชื่อว่าทำให้คนในบ้านทะเลาะกันบ่อยๆ
2.หลุ่ย ต้นไม้ประเภทนี้มีฝัก มักขึ้นในดินแดนใกล้ทะเล เอามาปลูกในบ้าน จะทำให้หลุดลุ่ย บ้านจะเป็นความ ต้องรื้อถอน ต้องขายโยกย้ายกระจายไป
3.สลัดได ไม่นิยมปลูกในรั้วบ้านเช่นกัน เพราะหมายถึง การสลัดโชคลาภออกไปจากบ้าน
4.มะตูม ปลูกในรั้วบ้านอาจเกิดอุบัติเหตุ เกิดอัคคีไฟตูมตามขึ้นมา
5.กล้วยตานี ถือว่ามีนางตานี ปีศาจร้ายอาศัยอยู่ ไม่นิยมปลูกในบ้าน
6.ลั่นทม ถือว่า คู่ครองจะห่างเหิน จะมีแต่ความทุกข์ นานาประการ คำว่า ลั่นทม ออกเสียงคล้ายระทม อันแปลว่าความทุกข์ แต่ภาคเหนือ เรียกลั่นทมว่า “จำปาลาว” ทางภาคอีสานเรียกว่า “จำปา” ไม่มีความหมายของความทุกข์จึงไม่ถือกัน และสมัยนี้ยังเปลี่ยนชื่อเป็น ลีลาวดี ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ใช้จัดแต่งสวนได้สวยมาก คนจึงนิยมปลูกในบ้านกันมากขึ้น
7.ปรง ภาคกลางไม่นิยมปลูกในบ้าน เพราะถือกันว่า ใบของมันมักถูกนำมาใช้ประกอบหีบศพหรือทำพวงหรีด
8.โพธิ์ ไทร มะขาม ตาล และ ตะเคียน” เป็นไม้ใหญ่ ไม่นิยมปลูกใกล้บ้านหรือในรั้วบ้าน เชื่อว่ามีวิญญาณอาศัยอยู่
นอกจากรายชื่อที่มีอยู่นี้ ก็ยังมีอีกหลายชนิดที่ไม่ควรปลูกในบ้าน ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่าทั้งหมดทั้งสิ้น ล้วนแต่เป็นเรื่องของความเชื่อ เนื่องมาจากชื่อของต้นไม้เหล่านี้ มีความหมายไปในทางไม่ดี ยกเว้นต้นไม้บางชนิด เช่น ต้นโพธิ์ ไม่ควรปลูกในบ้าน เพราะเป็นต้นไม้ใหญ่ มีการเจริญเติบโตค่อนข้างเร็ว จึงควรปลูกไว้ในวัด หรือในเขตธรณีสงฆ์เท่านั้น บางท่านก็อธิบายต่อไปว่าเนื่องจาก ต้นโพธิ์ เป็นต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ เช่น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์ คนทั่วไปเลยถือว่า ไม่ควรนำมาปลูกในบ้านเพราะ รุกขเทวดาที่สถิตอยู่ จะแรงกว่าปกติ