บอกตามตรงว่า ทุกวันนี้กระผมแทบไม่อยากจะวางกล่องรับจดหมายไว้หน้าบ้าน เพราะสมัยนี้คงไม่มีหญิงใดส่งจดหมายรักซองชมพูมาให้ผมแล้ว แต่ทุกวันนี้ กล่องรับจดหมายก็ยังไม่เคยว่างเปล่า และได้แปลงร่างเป็น “กล่องรับหนี้สิน” ที่ไม่มีวันหลับใหล แต่ก่อน สมัยส่งจดหมายจีบสาว พอเห็นพนักงานไปรษณีย์มาที่หน้าบ้าน แทบจะกระโจนออกไปรับจดหมาย แต่ทุกวันนี้ พนักงานไปรษณีย์ ได้กลายเป็นผู้ส่ง “สาสน์จากเจ้าหนี้” ไปซะแล้ว ฉบับนี้…ผมขออนุญาตเตื่อนให้ท่านผู้อ่านได้รู้ตัวว่า ท่านกำลัง “สร้างหนี้” ทุกวินาที แล้วฉบับหลังผมค่อยบอกวิธีทำให้หนี้น้อยที่สุด อย่างที่ผมได้เขียนไว้ในฉบับแรกว่า ในเมืองไทย ไม่มีใครไม่เป็นหนี้ ผมยังยืนยันข้อความนี้ขาดใจ ตั้งแต่ท่านตื่นเช้า เปิดสวิตช์ไฟฟ้า ท่านได้สร้างหนี้ต่อการไฟฟ้า พอเปิดก๊อกน้ำจะแปรงฟัน ท่านได้สร้างหนี้ต่อการประปา เมื่อมิเตอร์ไฟฟ่า และน้ำประปาหมุน ตัวเลขภาระหนี้สินก็จะเพิ่มขึ้นมาทุกวินาที โดยเฉพาะผู้ที่ใช้โทรศัพท์ระบบรายเดือน เมื่อท่านกดปุ่มโทรออก ตัวเลขดิจิตอลแห่งการเป็นหนี้ก็จะเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แต่…..มนุษย์เราตงเริ่มชินชากับการเป็นหนี้เสียแล้ว ผมจะยกตัวอย่างให้ใกล้ตัวอีก พอเดินไปร้านอาหารตามสั่ง สั่งผัดกระเพราหมูไข่ดาว 1 จาน ทันทีที่แม่ค้ารับคำสั่ง ท่านได้สร้างหนี้ระยะสั้นขึ้นมาทันที จนกว่าท่านจะควักเงินจ่ายแม่ค้า ทุกวินาทีในชีวิตท่าน มีหนี้สินเป็นเงาตามตัว เอาล่ะ ! ถึงตรงนี้ยังมีใครค้านผมบ้าง ว่าไม่เคยเป็นหนี้ ผมจะได้ขอร้องให้ท่านลองหยุดกินข้าวซัก 7 วัน 55555 แต่อย่าไปตกใจกับมันมากครับ…..ยังไงก็หนีหนี้ไม่พ้น ตั้งแต่หนี้ในระยะ 1 วินาที ทั้งเดือน ทั้งปี ตลอดจนทั้งชีวิต คงยังไม่ต้องเขียนถึงเรื่องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ท่านก็คงจะพอ “รู้ตัว” แล้วล่ะ สำคัญที่การใช้ชีวิตอย่างมีสติ และใช้สตางค์ ในชีวิตหนี้อย่างสมดุล ไม่สร้างหนี้จนเกินกำลังที่จะสามารถหาเงินไปจ่ายได้ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านแข่งขันกัน ว่าใครจะเป็นหนี้น้อยกว่ากัน เริ่มต้นที่กล่องรับหนี้สินหน้าบ้านกันเลยครับ ว่า “บิล” ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ฯลฯ ของใครจะน้อยกว่ากัน อ้าว…ใครพร้อมจะยอมแพ้ “ยกมือขึ้น” (ผมยกก่อนเพื่อน)…..อิ อิ สัปดาห์หน้ามาคุยกันต่อนะคร้าบบบบบบ