ยุคนี้ ยุคประหยัด จะไปเอาอย่างฝรั่งมังค่า กินข้าวมื้อละเป็นพันก็คงไม่ไหว ถึงจะดูไฮโซ แต่ก็คงไม่โก้ ถ้าปลายเดือนตังค์หมด เบื่อที่จะต้องไปกู้หนี้ยืมสิน จึงต้องหานโยบายการใช้จ่าย เพื่อประทังชีวิตในยามกระแสเงินไม่ค่อยหล่อเลี้ยงในเส้นโลหิต สมัยผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัย มีรุ่นพี่ผมคนหนึ่ง เป็นจิตรกร พอไม่มีงานก็ไม่มีตังค์ พี่เค้าเลือกประหยัดเงินด้วยวิธีการพยายามนอนเฉยๆเป็นวันๆ เหลือกตามองผู้คนไปมา ไม่พูดไม่จากับใคร จะได้ไม่หิว ผมมีตังค์ติดตัวอยู่ 2,000 บาท เลยคว้าคอพี่เค้าขึ้นมา ยื่นแบ๊งค์ร้อยให้ 1 ใบ พอสิ้นคำขอบใจ พี่เค้าก็เดินหายออกไปประมาณครึ่งชั่วโมง พอกลับมาเห็นพี่เค้าถือถุงใบใหญ่มา แล้วบรรจงจัดแจงวางข้าวสาร ไข่ไก่ เครื่องปรุง และ เก็บผักอีกตั้งหลายอย่างมาแช่น้ำไว้ แถมยังมีวุ้นเส้นห่อใหญ่ มาเป็นเสบียงเพื่อใช้ดำรงชีวิต พิชิตศิลปะตามปณิธาน บรรจงหุงข้าวด้วยเศษไม้ที่นำมาทำเป็นฟืน ผมเดินออกไป กินข้าวกินปลา หาเพื่อนฝูงตามประสานักศึกษาวิศวะรุ่นใหม่ไฟแรง แล้วก็ตั้งวงร่ำสุรา คืนนั้น ใจใหญ่ มีเท่าไหร่ควักหมดกระเป๋า พอสร่างเมาตอนเช้า ไม่เหลือตังค์ซักบาท หิวข้าวก็หิว เลยเดินไปหาพี่เค้าที่ตึกจิตรกรรม สุดท้ายก็อาศัยอาหารที่รุ่นพี่หุงหาไว้ให้ ประทังชีวิตกันไปจนกว่าจะถึงวันเงินเดือนออก ตก 3 วัน ที่ใช้เสบียงที่พี่เค้าหาไว้ประทังชีวิตอย่างไม่เดือดร้อน และผมจะไม่ลืมความ “โง่” ของผม มีตังค์กินเหล้าเป็นพัน แต่สุดท้ายก็ต้องมานั่งพึ่งพาเสบียงอาหารอีก 3 วัน ด้วยเงินเพียง 100 บาท
เมรัยบัญชา