เช้าวันที่ 11 ต.ค. อากาศแจ่มใส ข้าพเจ้าตื่นมาพร้อมอาการเมาค้างจากพิษเมรัยในคืนก่อน จากประสบการณ์การดื่มเมรัยมาหลายปี ทำให้รู้ว่า การได้น้ำมาชะโลมกะโหลก และไหลผ่านสรรพางค์กาย สามารถไล่พิษเมาได้ชะงัดนักแล ตัดสินใจตะเกียกตะกายคืบลงมาจากบันไดบ้าน ลงมาสู่ห้องน้ำ ด้วยหวังความชุ่มฉ่ำให้ประสาทตื่นฟื้น ทันที่ข้าพเจ้าบิดก๊อกน้ำ ความหวังทั้งหลายได้พังทลายหายสิ้น ด้วยเหลือน้ำผ่านท่อออกมาเพียงไม่ถึงสามหยด ข้าพเจ้าเริ่มมึนงงมากกว่าเมามาย ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่หัวหินหรือกลางทะเลทรายซาฮาร่า ทรุดเข่าลงกับพื้น ก้มศรีษะให้กับความอาพับอับจนขณะหนึ่งของชีวิต หวังเพียงแค่ให้เทศบาลประทานน้ำมาให้ข้าพเจ้าผู้ซึ่งกำลังสิ้นไร้กำลังวังชา แต่ก็ดูเหมือนความหวังยังคงห่างไกล สิ่งสุดท้ายที่ข้าพเจ้าทำได้ คือ “ทำใจ” เพราะเมืองนี้บ่อยครั้งเหลือเกิน ที่น้ำประปาหายไป ถึงแม้ตอนมีน้ำใช้ก็ไม่ค่อยใสสะอาดเท่าที่ควร กลิ่นอายแห่งสารคลอรีนไม่รู้หายไปไหน สงสัยข้าพเจ้าคงต้องซื้อโอ่งราชบุรีเพิ่มไว้ แต่คงสิ้นหวังอีกครั้ง เพราะไม่มีสตางค์ อาจต้องตีปี๊ปร้องเรื่องของบประมาณเทศบาลฯ ซื้อโอ่งราชบุรีให้ข้าพเจ้าซักสองใบ ทดแทนการขาดน้ำประปา หวังพึ่งน้ำฝนเป็นที่ที่พึ่งสุดท้ายจากเทวดา ขอความเมตตาจากคุณปู่จิระฯ รองนายกฯ และผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านด้วยเถอะครับ
เมรัยบัญชา